เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง กทม. เผยตั้งเป้าโกย 500 ล้าน

9383aff0 e0a8 11ea a4d7 b7929461399f - เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง กทม. เผยตั้งเป้าโกย 500 ล้าน

- เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง กทม. เผยตั้งเป้าโกย 500 ล้าน หลังรัฐบาลกำหนดให้ประชาชนเสียภาษีที่ดินและปลูกสร้าง ภายในเดือนสิงหาคม 2563 โดยเสียภาษี ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ จันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563 เวลา 10.45 น. ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการสำรวจและจัดส่งเอกสารการประเมินภาษีให้กับเจ้าของทรัพย์สินมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ได้มีประชาชนทยอยมาติดต่อเพื่อชำระภาษีตามสำนักงานเขตต่างๆแล้ว นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ

หลังรัฐบาลกำหนดให้ประชาชนเสียภาษีที่ดินและปลูกสร้าง ภายในเดือนสิงหาคม 2563 โดยเสียภาษี ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ จันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563 เวลา 10.45 น.

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการสำรวจและจัดส่งเอกสารการประเมินภาษีให้กับเจ้าของทรัพย์สินมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ได้มีประชาชนทยอยมาติดต่อเพื่อชำระภาษีตามสำนักงานเขตต่างๆแล้ว

นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ กทม.ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม2563-6สิงหาคม2563 สามารถจัดเก็บได้เป็นจำนวนเงิน 20,910,676.66 บาท ซึ่งถือว่าการจัดเก็บในตอนนี้ยังไม่เข้าเป้าตามที่ประมาณการรายได้ไว้ แต่ทั้งนี้ต้องรอจนถึงวันสุดท้ายของการยื่นชำระภาษีในเดือนกันยายน 2563 ว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้จำนวนเท่าไร โดยกทม.คาดการณ์รายได้ที่สามารถจัดเก็บได้ประจำปี 2563 จำนวนเงิน 5,000 บาท แต่เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาลดค่าภาษีร้อยละ 90 จากเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงคาดว่ากทม.จะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2563 เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2563 ถือเป็นปีแรก ที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จึงอาจเกิดข้อผิดพลาด ในเรื่องของการจัดส่งเอกสารต่างๆไปยังผู้เสียภาษีบางราย กทม.ขอความร่วมมือประชาชนที่ประสงค์จะชำระภาษี และยังไม่ได้รับเอกสาร เดินทางมายังสำนักงานเขตที่ทรัพย์สินของตนตั้งอยู่ โดยแจ้งข้อมูลรายการทรัพย์สิน พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานเพื่อเจ้าหน้าที่ จะได้จัดทำบัญชีรายการ และออกใบแจ้งการประเมินภาษี ซึ่งประชาชนสามารถชำระภาษีได้ ที่สำนักงานเขตได้ภายในวันดังกล่าว

แต่ถ้าผู้เสียภาษี ไม่มาชำระภาษีภายในเดือนสิงหาคม 2563 จะต้องเสียภาษีค้างชำระรวมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มดังนี้ 1.ถ้าผู้เสียภาษีไม่มาชำระภาษีภายในเดือนสิงหาคม 2563 แต่ต่อมาได้มาชำระภาษีก่อนที่จะได้รับหนังสือแจ้งเตือน โดยกทม.จะมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังประชาชนผู้เสียภาษีภายในเดือนกันยายน 2563 ให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 10 ของจำนวนภาษีค้างชำระ 2.ถ้าผู้เสียภาษีมาชำระภาษี ภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีค้างชำระ 3.ถ้าผู้เสียภาษีมาชำระภาษี ภายหลังจากระยะเวลาที่กำหนด ในหนังสือแจ้งเตือนให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 40 ของจำนวนภาษีค้างชำระ

4.ผู้เสียภาษีที่ไม่ได้มาชำระภาษีภายในเดือนสิงหาคม 2563 ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน โดยให้เริ่มนับเมื่อพ้นเดือนสิงหาคม 2563 จนถึงวันที่มีการมาชำระภาษีแต่ไม่ให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ทั้งนี้ผู้เสียภาษีสามารถติดต่อชำระภาษีค้าง พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้ที่ สำนักงานเขตที่ทรัพย์สินของตนตั้งอยู่ โดยต้องชำระภายในเดือนกันยายน 2563 เนื่องจากหากพ้นระยะเวลาดังกล่าว กทม.จะต้องมีหนังสือแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานหรือ สำนักงานที่ดินสาขาทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดำเนินการจัดเก็บในปี 2563เป็นครั้งแรก จึงมีปัญหาและอุปสรรค เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งฝั่งของภาครัฐ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย และทางฝั่งของประชาชนผู้มีหน้าที่เสียภาษี โดยในส่วนของกทม.ปัญหาที่พบ แบ่งเป็น ปัญหาภายใน ได้แก่ ปัญหาด้านจำนวนบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่างๆไม่เพียงพอ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นกฎหมายใหม่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจขั้นตอนและการตีความกฎหมาย

ปัญหาด้านระบบเทคโนโลยีในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง(P Tax) ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดเก็บภาษี ส่วนปัญหาภายนอก ได้แก่ ข้อมูลที่ใช้ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งข้อมูลบางส่วนยังไม่ได้ปรับปรุง ให้เป็นปัจจุบันเช่นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน ภายหลังจากประชุมร่วมกับฝ่ายรายได้ของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จึงได้วางแนวทางในการแก้ปัญหา โดยกทม.ได้ว่าจ้างหน่วยงานภายนอก เข้ามาช่วยในการดำเนินงาน อาทิ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการจัดส่งเอกสารกรรมสิทธิ์ไปยังผู้เสียภาษี รวมถึงแบ่งอัตรากำลังเจ้าหน้าที่จากฝ่ายอื่นๆมาช่วยเหลือ

ด้านการจัดเก็บภาษีเร่งแก้ไขปรับปรุงระบบให้รองรับการจัดเก็บภาษี และเพิ่มช่องทางชำระภาษีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆผ่านทางช่องทางออนไลน์ของแต่ละสำนักงานเขตก่อนเพื่อจะได้ลดรยะเวลาในการเดินทางมายังเขต เพื่อติดต่อชำระภาษีด้วย

ที่มา dailynews


(Visited 11 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *